foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอยี่งอ

"วันตรุษอีดิ้ลฟิตริ" เทศกาลแห่งความสุขหลังเดือนรอมฎอน   

 

รอมฎอน (رمضان) คือชื่อเดือนที่ ๙ ของปฏิทินฮิจญ์เราะฮ์หรือปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนที่มุสลิมถือศีลอดตลอดทั้งเดือน ด้วยเหตุนี้จึงนิยมเรียกกันอีกชื่อว่า เดือนบวชโดยในแต่ละปีมุสลิมทั่วโลกจะถือศีลอดพร้อมกันในเดือนรอมฎอน ซึ่งในทุกๆ ปีจะมีการดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันเริ่มต้นถือศีลอดในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากปฏิทินอิสลามนั้นเป็นแบบจันทรคติ วันดูดวงจันทร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดวันเริ่มต้นของเดือนต่างๆ สำหรับประเทศไทยสำนักจุฬาราชมนตรีเป็นผู้กำหนดวันดูดวงจันทร์ และจะออกประกาศให้พี่น้องมุสลิมทราบโดยทั่วกัน โดยจะยึดถือคำประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรีเป็นหลักเพื่อเข้าสู่การเริ่มต้นถือศีลอดในเดือนรอมฎอน จุดประสงค์หลักของเดือนรอมฎอน คือ เพื่อฝึกความเสียสละและความอดทน โดยมุสลิมจะต้องอดอาหาร (ถือศีลอด) ละหมาดตะรอเวียะฮ์ในยามค่ำคืน รวมทั้งการบริจาคซะกาตฟิตเราะห์ คือ อาหารจำนวนหนึ่งที่มุสลิมจำเป็นต้องจ่ายแก่ผู้ยากไร้ เพื่อชำระตนเองให้สะอาดและเพื่อชดเชยข้อบกพร่องต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการถือศีลอด สำหรับปริมาณที่ต้องจ่ายเฉลี่ยคนละประมาณเกือบ ๔ ลิตรของอาหารหลักในท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น ในประเทศไทยคือข้าวสาร เป็นต้น

  

เมื่อเสร็จสิ้นการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองกันในวันที่ ๑ ของเดือนเชาวาล เรียกว่า วันตรุษอีดิ้ลฟิตริหรือ วันออกบวชหรือ วันอีดเล็กส่วนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ของไทย นิยมเรียกว่า วันฮารีรายอเทียบเท่า วันออกพรรษาของชาวไทยพุทธ นั่นเอง ซึ่งเป็นวันที่กลับมาสู่การเว้นจากการถือศีลอด นั่นคือ การกลับมาสู่สภาพเดิม มุสลิมทุกคนจะฉลองกันอย่างสนุกสนานหลังจากที่ถือศีลอดมานาน ๑ เดือนเต็ม พิธีการทางศาสนาที่สำคัญในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี คือ การละหมาดวันอีด ซึ่งเป็น การละหมาดในช่วงเช้า เพื่อขอพรให้พระองค์อัลลอฮฺประทานความจำเริญแก่ชีวิต พร้อมทั้งขออภัยโทษในความผิดบาปต่างๆ นานาด้วย ทั้งนี้มุสลิมส่วนใหญ่มักจะนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเองเพื่อเฉลิมฉลองวันตรุษอีดิ้ลฟิตรีร่วมกับครอบครัวและญาติพี่น้อง เพื่อขอขมาลาโทษซึ่งกันและกัน และแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ หรือที่สะอาดสวยงาม วันตรุษอีดิ้ลฟิตรีจึงถือเป็นวันรวมญาติครั้งยิ่งใหญ่ของพี่น้องมุสลิม โดยหลังจากละหมาดอีดในช่วงเช้าแล้ว จะมีการเลี้ยงอาหารเพื่อสังสรรค์กันในครอบครัว หรือเลี้ยงอาหารแก่บุคคลทั่วไป รวมทั้งมอบของขวัญ ของกำนัลแก่กันด้วย ทั้งในรูปของขนม สิ่งของต่างๆ และเงิน เช่นเดียวกับอั่งเปาของชาวจีน นอกจากนี้ก็ยังนิยมเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือไปเยี่ยมญาติตามต่างจังหวัด เพื่อแสดงความรักความห่วงใยที่มีต่อกัน และกระชับสายสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นเฟ้นยิ่งขึ้น

บางประเทศได้ประกาศให้ วันตรุษอีดิ้ลฟิตรีเป็นวันหยุดราชการพร้อมกันทั้งประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยซึ่งมีผู้นับถือศาสนาอิสลามกระจายตัวอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ได้ประกาศให้ วันอีดเป็นวันหยุดราชการเฉพาะ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ได้แก่ จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส เท่านั้น

พิธีกรรมในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี

 

๑.การปฏิบัติตนในตอนเช้าของวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี โดยชาวมุสลิมจะตื่นนอนแต่เช้าตรู โดยเฉพาะผู้หญิงจะเป็นผู้ตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาดสวยงามเป็นพิเศษ จัดเตรียมอาหาร ขนมต่างๆ ไว้ต้อนรับเพื่อน ญาติพี่น้อง และแขกที่มาเยี่ยมเยียน ทุกคนต้องปฏิบัติบริจาคซะกาตฟิตเราะห์ก่อนที่จะไปละหมาดในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี สิ่งของที่ใช้ในการบริจาคจะใช้สิ่งของที่บริโภคเป็นอาหารหลัก ในประเทศไทยนิยมบริจาคข้าวสารเป็นหลัก

๒.การอาบน้ำในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จ จะอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด เรียกว่า อาบน้ำสุนัตกำหนดเวลาอาบตั้งแต่เที่ยงคืนเริ่มต้นวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี จนถึงพระอาทิตย์ตก แต่เวลา ที่ดีที่สุดและเป็นที่นิยมอาบน้ำสุนัต คือเมื่อแสงอรุณขึ้นขอบฟ้าในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี ในขณะอาบน้ำสุนัตทุกคนจะต้องกล่าวดุอาร์เป็นการขอพร

๓.การประกอบพิธีกรรม ชาวมุสลิมจะเดินทางไปประกอบพิธีกรรมที่มัสยิด ในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี โดยจะไปมัสยิดเวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น. การปฏิบัติตนเมื่อเดินทางถึงมัสยิด ทุกคนจะอาบน้ำละหมาด จากนั้นจึงเข้าไปในมัสยิด และทำการละหมาด ตะฮีญะดุลมัสยิด ๒ ร่อกาอัต มีการแบ่งแยกหญิงชาย โดยใช้ม่านหรือฉากกั้นกลาง เสร็จแล้วจัดแถวนั่งรอฟังอิหม่าม ซึ่งเป็นผู้นำในการทำพิธีละหมาด ซึ่งอิหม่ามจะเป็นผู้นำละหมาดจำนวน ๒ ร่อกาอัต

๔.การปฏิบัติตนเมื่อละหมาดเสร็จ หลังจากละหมาดเสร็จแล้ว มุสลิมทุกคนจะนั่งฟังอิหม่ามกล่าวคุฏบะ (คำอบรม) เพื่อแนะแนวทางชีวิตด้านความศรัทธาที่กระตุ้นเตือนให้ปฏิบัติแต่ความดีละเว้นความชั่ว และปฏิบัติตามแนวทางของอิสลาม เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ขณะนั่งฟังนั้นทุกคนจะอยู่ในความสำรวม สงบนิ่ง ตั้งใจฟัง ไม่พูดจาใดๆ ทั้งสิ้น และเมื่ออิหม่ามอ่านคุฏบะฮจบแล้ว อิหม่ามจะขอพรจากอัลลอฮฺเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และบรรดามุสลิมที่มาร่วมประกอบพิธีกรรม

Image

และอีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ในเทศกาลแห่งความสุขหลังเดือนรอมฎอนก็คือ คำอวยพร โดยนิยมอวยพรซึ่งกันและกัน ดังนี้ ตะก็อบบะลัลลอฮุ มินนา วามินกุมเป็นภาษาอาหรับแปลว่าขออัลลอฮฺทรงตอบรับการงานที่ดีจากเราและจากท่านพร้อมทั้งมีการขออภัยในความผิดที่ได้กระทำต่อกันแล้วๆ มาด้วยคำว่า ขอมาอัฟซึ่งเป็นภาษามลายูแปลว่า ขอโทษส่วนคำว่า อีดมุบาร็อกนั้นมาจากภาษาอาหรับ แปลว่า สุขสันต์วันอีดเช่นเดียวกับคำว่า สลามัต ฮารีรายา / สลามัต ฮารีรายอในภาษามลายู

 

-------------------------------------------------

เอกสารอ้างอิง :

วันอีด. (๒๕๕๖,เว็บไซต์). ค้นเมื่อ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๖,จาก http://th.wikipedia.org/wiki/วันอีด

วันฮารีรายอ วันสำคัญของศาสนาอิสลาม. (๒๕๕๖,เว็บไซต์). ค้นเมื่อ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๖, จาก http://hilight.kapook.com/view/๗๕๑๘๓

Copyright © 2019 Copyright สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอยี่งอ Rights Reserved.